ชาว 40+ อย่ามองข้ามสุขภาพการขับถ่าย

รู้หรือไม่ว่าจากสถิติปี 2558 พบว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ๆ ไม่เพียงถูกวินิจฉัยว่าพบมากที่สุดในเพศหญิงสูงเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มโรคมะเร็ง แต่ยังถูกวินิจฉัยพบมากที่สุดในเพศชายสูงเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มของโรคมะเร็ง ซ้ำร้ายยังเป็นโรคที่ตรวจพบในระยะแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) มากเป็นอันดับ 1 เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคยอดฮิตนี้ ต้องไม่ประมาทด้วยการเริ่มต้นทำความรู้จัก มะเร็งลำไส้ใหญ่กันตั้งแต่เนิ่น ๆ

ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแค่หมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดังนี้

  1. ระบบขับถ่ายอุจจาระผิดปกติไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
  2. ปวดท้อง ปวดเบ่ง หรือปวดทวารเวลาถ่ายอุจจาระ
  3. ภาวะซีด เกิดจากมีเลือดออกจากก้อนมะเร็ง
  4. เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงทั้งที่ไม่ได้ควบคุมน้ำหนัก
  5. อาการของโรคจากการแพร่กระจายไปสู่อวัยวะต่าง ๆ เช่น เมื่อไปสู่ตับจะปวดชายโครงด้านขวา และไปสู่เยื่อบุช่องท้อง จะเกิดอาการท้องมาน เป็นต้น

การปล่อยให้อุจจาระค้างในระบบขับถ่ายนานเกิน 3 วัน จะทำให้อุจจาระแข็ง ถ่ายได้ยากขึ้น และเมื่ออุจจาระที่แข็งเมื่อเสียดสีกับทวารหนักบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดแผล ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงและลำไส้อีกด้วย ทางที่ดีควรหันมาฝึกนิสัยขับถ่ายที่ดี หมั่นออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลือกกินอาหารที่ช่วยสร้างสมดุลให้จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงเป็นประจำ

Cr. Posttoday

Recent Post

1-copy2-copy3-copy4-copy5-copy6-copy